ปัวเริ่มปรากฏขึ้นราว พ.ศ. 1825 ภายใต้การนำของ พญาภูคา เจ้าเมืองย่าง ศูนย์การปกครองอยู่ที่เมืองย่าง (เชื่อกันว่าคือบริเวณริมฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำย่าง ใกล้เทือกเขาดอยภูคาในเขตบ้านเสี้ยว ตำบลยม อำเภอท่าวังผา) เพราะปรากฏร่องรอย ชุมชนในสภาพที่เป็นคูน้ำ คันดิน กำแพงเมืองซ้อนกันอยู่ ต่อมาพญาภูคา ได้ขยายอาณาเขตปกครองของตนออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยส่งราชบุตรบุญธรรม 2 คน ไปสร้างเมืองใหม่ โดยขุนนุ่น ผู้พี่ไปสร้างเมืองจันทบุรี (เมืองหลวงพระบาง) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำของ (แม่น้ำโขง) และขุนฟองผู้น้องสร้างเมืองวรนคร(เมืองปัว) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ การที่ให้ชื่อว่าเมือง “วรนคร” ก็เนื่องมาจาก พญาภูคา ได้เลือกชัยภูมิที่ดี เหมาะสมในการสร้างเมือง เสร็จแล้วจึงขนานนามว่าเมือง “วรนคร” ซึ่งหมายถึง เมืองดี นับว่าเป็นการเริ่มต้นราชวงศ์ภูคา เมืองวรนคร จึงกลายชื่อมาเป็น เมืองปัว ซึ่งหันไปมีความสัมพันธ์กับกรุงสุโขทัยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ดังปรากฏชื่อเมืองปัวอยู่ในหลักศิลาจารึก หลักที่ 1
อาณาเขตการติดต่อ
ทิศเหนือ ติดกับ อำเภอเชียงกลาง และอำเภอบ่อเกลือ
ทิศใต้ ติดกับ อำเภอสันติสุข
ทิศตะวันออก ติดกับ อำเภอบ่อเกลือ
ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอท่าวังผา
ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic)
2.1 สภาพพื้นทีภูเขา ป่าไม้ ที่ราบสูง ที่ราบลุ่ม
ป่าไม้ อำเภอปัว มีสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีพื้นที่ราบสำหรับการเพาะปลูกจำนวนจำกัดเป็นพื้นที่แคบๆ สลับกับเนินเขาเตี้ย ในช่วงระดับความสูง 200 – 500 เมตรจากระดับน้ำทะเล
– ที่ราบ ร้อยละ 20 ของพื้นที่
– ภูเขา ร้อยละ 34 ของพื้นที่
– พื้นน้ำ ร้อยละ 1 ของพื้นที่
– พื้นที่ป่า ร้อยละ 45 ของพื้นที่
ทรัพยากรป่าไม้ ลักษณะของป่าและพืชพันธุ์ไม้ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท
- ป่าดงดิบเขา (Hill evergreen forest) เป็นป่าที่มีความอุสมบูรณ์ มีอยู่ตามหุบเขา ริมน้ำลำธารส่วนใหญ่อยู่ตอนใต้ตอนกลาง และตอนเหนือของพื้นที่บางส่วน มีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 25 ของพื้นที่พรรณไม้ที่สำคัญ คือ ก่อยาง ตะเคียน มะค่าโมง มณฑาป่า จำปีป่า กำลังเสือโคร่ง ไม้พื้นล่าง ประกอบด้วย หวาย ผักกูด มอส เฟริ์น กล้วยไม้ ฯลฯ
- ป่าดงดิบแล้ง (Dry evergreen forest) เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ อยู่ตามหุบเขา มีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่พันธ์ไม้ที่สำคัญ คือ ยาง ตะเคียน มะค่าโมง จำปีป่า ประดู่ ก่อ ต้นชมพูภูคา เป็นต้น พันธุ์ไม้พื้นล่างประกอบด้วย ไม้ไผ่ชนิดต่างๆ เฟริ์น หวาย เถาวัลย์ชนิดต่างๆ
- ป่าเบญจพรรณ (Deciduous forest) มีอยู่กระจัดกระจายในพื้นที่ส่วนใหญ่ของป่าดอยภูคา บริเวณที่ราบตามรอบพื้นที่ และบริเวณพื้นที่ที่มีความลาดชันน้อย มีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่สำคัญคือ ยาง มะค่าโมง ประดู่ แดง ตะแบก ไม้พื้นล่างประกอบด้วยไม้ไผ่ชนิดต่างๆ
- ป่าเต็งรัง (Dry dipterocarp forest) เป็นป่าที่มีอยู่บริเวณโดยรอบของพื้นที่ตามลาดเขา และบนภูเขาในพื้นที่บางจุดป่าประเภทนี้มีอยู่น้อยมาก เนื้อที่ประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง มะค่า พะยอม รกฟ้า ไม้พื้นล่างประกอบด้วย มะพร้าวเต่า ปุ่มแป้ง หญ้าเเพ็ก
- ป่าสนธรรมชาติ ( Pine forest) มีขึ้นอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ในพื้นที่ตอนใต้ของอุทยานฯใกล้ๆกับดอยภูหวดส่วนใหญ่จะขึ้นผสมกับป่าเต็งรังลักษณะเป็นสน 3 ใบ
การแบ่งเขตการปกครอง
ข้อมูลติดต่อหน่วยงาน
ที่อยู่ : สำนักงานเกษตรอำเภอปัว จังหวัดน่าน
208 หมู่ 5 ถนน ปัว-น้ำยาว ตำบลวรนคร
อำเภอปัว จังหวัดน่าน รหัสไปรษณีย์ 55120
โทร : 054-791761
E-mail : pu791245@doae.go.th
Facebook : สำนักงานเกษตรอำเภอปัว จังหว้ดน่าน
Youtube : สำนักงานเกษตรอำเภอปัว จังหวัดน่าน
เมนูหลัก
>> หน้าแรก >> ข่าวประชาสัมพันธ์
>> ข้อมูลทั่วไป >> ปฏิทินกิจกรรม
>> ภารกิจหน่วยงาน >> ติดต่อเรา
>> ข้อมูลบริการ >> ถาม-ตอบ